0

ร่างกฎหมายภาษี E-Payment

2018-11-16 14:44:11 ใน News » 0 99

ร่างกฎหมายภาษีอีเพย์เมนต์ (E-Payment)

 
ธุรกิจออนไลน์เป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องมีเงินลงทุนมากในเริ่มต้นธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายพื้นที่หน้าร้านและไม่ต้องใช้พื้นที่ในการเก็บสินค้ามากนัก นอกจากนี้สามารถทำควบคู่ได้กับงานประจำที่ทำอยู่อีกด้วย ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้เสริมให้กับผู้ประกอบรายย่อยได้เป็นอย่างดี

ธุรกิจออนไลน์เป็นธุรกิจที่ในปัจจุบันยังไม่ได้อยู่ระบบของกรมสรรพากรทั้งหมด เนื่องจากผู้ประกอบทุกรายไม่ได้จดทะเบียนในรูปแบบบริษัท ทำให้กรมสรรพกรยังไม่มีข้อมูลที่จะใช้ในการตรวจสอบการเสียภาษีของผู้ประกอบการ

ดังนั้นภาครัฐ โดยความร่วมมือของกรมสรรพากร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.)  ได้จัดทำ
ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (E-payment) เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์  โดยสถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินของรัฐ รวมถึงผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Wallet ที่ให้บริการในประเทศไทยทั้งหมด ต้องรายงานการทำธุรกรรมการเงินของลูกค้าให้สรรพากรรับทราบ ซึ่งช่วยให้การเก็บภาษีมีประสิทธิภาพ เที่ยงธรรม และไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ที่ได้มีการเสียภาษีอย่างถูกต้องปกติ

ลักษณะของธุรกรรมที่ต้องมีการส่งข้อมูล
  1. ธุรกรรมฝากเงินหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปี
  2. ธุรกรรมฝากเงินหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้งและมียอดเงินรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไปต่อปี
 
การนับรายการ
  1. ชื่อบัญชีเดียวกันในหนึ่งสถาบันการเงิน ให้นับรวมธุรกรรมฝากหรือรับโอนทั้งหมดเข้าด้วยกันและให้รวมถึงบัญชีร่วมที่มีชื่อบัญชีนั้นรวมอยู่ด้วย
  2. ธุรกรรมฝากเงินหรือรับโอน ให้นับรวมถึงรายการดอกเบี้ยรับ เงินปันผลรับ การโอนเงินระหว่างบัญชีเป็นต้น
 
โดยร่างซึ่ง ณ ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างจัดทำนั้น ข้อมูลเบื้องต้นยังคงมีการเปลี่ยนแปลง  โดยคาดว่าจะเริ่ม 1 มกราคม 2562 โดยสถาบันการเงินจะส่งข้อมูลให้กรมสรรพการภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป

ดังนั้นผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ต้องเตรียมความพร้อมจัดทำบัญชีรายได้และตรวจเช็คกิจการของตนว่าได้ทำการเสียภาษีอย่างถูกต้องครบถ้วนหรือไม่เพื่อหลีกเลี่ยงการประเมินและเบี้ยปรับเงินเพิ่มที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยภาษีที่เกี่ยวข้องมีดังนี้
  1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในกรณีที่ผู้ประกอบการไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
  2. ภาษีมูลค่าเพิ่มในกรณีที่มีรายได้สูงถึงจำนวนที่กฎหมายกำหนด
  3. ภาษีเงินได้นิติบุคคลในกรณีที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
  4. ภาษีหัก ณที่จ่าย ในกรณีมีเงินได้จากต่างประเทศ